Carbon Capture, Utilization and Storage: CCUS

 5 เมษายน 2562

 

สถานการณ์ภาวะโลกร้อน (Global Warming) ในปัจจุบันมีความรุนแรงมากขึ้นส่งผลกระทบในวงกว้าง สาเหตุหลักมาจากการเกิดปรากฏการณ์เรือนกระจก (greenhouse effect) ที่มีคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เป็นส่วนประกอบจากกิจกรรมการเผาไหม้เชื้อเพลิงต่างๆ ถูกปล่อยเข้าสู่ชั้นบรรยากาศที่สูงมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันอัตราปล่อย CO2 ทั่วโลกอยู่ที่ 2.7 เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) คาดว่าในปี 2050 อุณหภูมิโลกอาจจะเพิ่มสูงขึ้นกว่า 3 - 6 องศาเซลเซียส ทำให้คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) ของสหประชาชาติตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงครึ่งหนึ่งภายในปี 2030 และต้องไม่มีการปล่อยก๊าซเพิ่มภายในปี 2050 เพื่อคงระดับอุณหภูมิโลกไม่ให้สูงเกินจากเดิม 1.5 องศาเซลเซียส ทำให้หลายประเทศหาแนวทางและพัฒนาเทคโนโลยีลด CO2 ที่เป็นต้นเหตุของภาวะโลกร้อน

เทคโนโลยีการดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture, Utilization and Storage: CCUS) เป็นเทคโนโลยีหนึ่งที่หลายๆ ประเทศกำลังพัฒนา เพื่อใช้ประโยชน์และลดปัญหาการปล่อย CO2 ในกิจกรรมต่างๆ จากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลที่มีผลต่อสภาพภูมิอากาศ โดยใช้วิธีการดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากปล่องควันสูงตามโรงไฟฟ้าและนำไปเก็บไว้ใต้ดินหรือใต้มหาสมุทรไม่ให้ CO2 กลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศได้อีก มาดูกันว่าแนวโน้มการใช้เทคโนโลยี CCUS เป็นแนวทางป้องกันแก้ไขปัญหาที่จะเกิดในอนาคตเป็นอย่างไร

#IFI #FutureScene #FutureIdeas #CarbonCaptureUtilizationandStorage #CCUS #CCS #CO2 #NIA

ดาวน์โหลด PDF